กรุงเทพ, ประเทศไทย - พิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรีน อรัญญา จำกัด ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พิธีลงนามได้รับเกียรติจากการมาร่วมงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหลากหลายองค์กร อาทิคุณจตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), คุณขจร รังสฤษฎ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), คุณสุพรรณิการ์ หงส์สินเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ วางแผนและควบคุมความเสี่ยง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO พร้อมด้วยพันธมิตร เเละ ลูกค้ารายสำคัญของบริษัท
พันธมิตรความร่วมมือระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรีน อรัญญา จำกัด ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นไปได้ในการซื้อขายและการโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาร์บอนเครดิตที่มาจากโครงการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยธรรมชาติจากป่าไม้ (Forest Nature-Based Solutions) ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนผ่านการสร้างงานและการปกป้องสิ่งแวดล้อม
ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงกลุ่ม ปตท. , บริษัทในเครือ และผู้ซื้อระดับสากลจากภายนอก ในขณะเดียวกัน บริษัท กรีน อรัญญา (GARY) จะทำหน้าที่สำคัญในการประสานงานกับรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) เพื่อสนับสนุนการหารือทวิภาคีและการจัดทำข้อตกลงการดำเนินงาน (Implementing Agreement) อย่างเป็นทางการภายใต้มาตรา 6.2 (Article 6.2) ของความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อสนับสนุนการโอนย้ายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ (ITMOs) ความร่วมมือนี้มีความมุ่งหวังที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประเทศกำหนด (NDCs) ของทั้งสองประเทศ
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับวิสัยทัศน์ของทั้งสององค์กร ในการมุ่งสู่เป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ยังเปรียบเสมือนเสาหลักสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่และการทุ่มเทอย่างยิ่งของทั้งสองบริษัทเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล